รีวิว The Princess Switch 1-2 สลับตัววุ่นวาย กับเหล่านายจอมบื้อ


The Princess Switch 1-2 แฟรนไชน์ Netflix แห่งการสลับตัวสร้างรักที่จะนำพาทั้งเสียงหัวเราะแและความน่ารักมาสู่ผู้ชม โดยภาพยนตร์ชุดนี้กำกับโดย ไมเคิล โรหล ที่กำกับซีรีส์มามากมายมาหลายเรื่องซึ่งพูดชื่อไปก็คงไม่คุ้นอยู่ดี แต่คอนเซปต์ที่น่าสนใจคือการหยิบนำคนหน้าเหมือนแต่ต่างชนชั้น มาสลับตัวให้เกิดเรื่องวุ่นวายอลวนอลหม่านจากวรรณกรรม

The Prince and the Pauper หรือ เจ้าชายกับยาจก ของ มาร์ค ทเวนมาตีความใหม่ หากใครได้ดูเน็ตฟลิกซ์กันมาเมื่อหลายปีก่อน เราจะพบกับหนังคริสต์มาสมากมายที่ขนมาราวกับไม่เกรงใจคุณภาพ กับสตางค์55 แต่แน่นอนว่ามันก็มีคนดูอยู่ดี ไม่ต้องคิดอะไรมาก แค่มีฉากคอเมดี้ เปิ่น ๆ หนุ่มสาวหล่อสวย และเรื่องนี้ก็คงเป็นอีกทางเลือกสำหรับคนดูหนังในวันหยุด อากาศเย็น ๆ แบบนี้แน่ ๆ เอาล่ะเริ่มที่ภาคแรกก่อนเลยแล้วกัน

The Princess Switch บอกเล่าเรื่องราวของ สเตซี่ เดอโนโว สาวคนทำขนมอบในร้านขนมชื่อดังในชิคาโกที่ยึดติดกับชีวิตมากเกินไป จนลืมสนใจคนรอบข้าง ที่ชีวิตเหมือนถูกหวยได้รับบัตรเชิญไปแข่งขันทำขนมที่ประเทศเบลกราเวีย ประเทศสมมติที่ใกล้กับประเทศอังกฤษที่ ๆ ซึ่งเธออยากหลีกหนีจากความเจ็บปวดในอดีต พร้อมด้วย เควิน เพื่อนชายคนสนิทแต่ไม่ถึงแฟน กับ โอลิเวีย ลูกสาวจอมซนและปราดเปรื่องที่คอยมาสนับสนุนเธอ แต่ด้วยเหตุอะไรบางอย่างทำให้เธอได้พบกับ มากาเรต เดลาคอร์ หญิงชนชั้นสูงจากประเทศมอนเทนาโรที่หน้าเหมือนเธออย่างกับฝาแฝด

ก่อนที่เธอจะถูกดึงเข้าสู่แผนการอลหม่านทั้งกายและใจ เมื่อเธอต้องใกล้ชิดกับเจ้าชายเอ็ดเวิร์ด ว่าที่สามี ในขณะที่มากาเรตต้องเผชิญหน้ากับ เควินที่พยายามจะจับไต๋เธอ ก่อนที่จะเกิดเป็นความรักแบบผิดฝาผิดตัว แล้วเรื่องราวจะลงเอยแบบไหนล่ะเนี่ย

 

 

สรุป

 

สรุปรีวิวภาคแรก : สนุก ตัวละครน่ารัก อมยิ้ม ไม่มีพิษไม่มีภัย นักแสดงทำได้ตามมาตรฐาน วาเนสซ่า ฮัดเก้นเด่นสุด

 

สรุปรีวิวภาคสอง : เนื้อเรื่องดีขึ้น แต่ปมบางอย่างค่อนข้างไม่จำเป็น และพล็อตที่โดดเด่นขึ้น นักแสดงยังครบทีมเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือ วาเนสซ่า ฮัดเก้นเล่นสามบทรัว ๆ